ข้อเท็จจริงเรื่องความปลอดภัยของแป้งฝุ่น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
แป้งฝุ่นความปลอดภัย


แป้งฝุ่นคืออะไร?

แป้งฝุ่นเป็นแร่ธาตุที่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ในรูปแบบแป้งที่นุ่มที่สุดในโลก แร่หินสบู่ แร่หินสบู่มีส่วนผสมที่ “ไม่มีฤทธิ์ทางยา” ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีผลข้างเคียงจากสารเคมีเมื่อกลืนกินหรือใช้บนผิวหนัง ผู้คนทั้งหลายได้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติความนุ่มเนียน ความปลอดภัยและความสามารถในการดูดซับของแร่หินสบู่มาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ1

แป้งฝุ่น

แร่หินสบู่มาจากไหน?

แร่หินสบู่เกิดจากการทับทมตัวของหินซึ่งพบได้ทั่วไปทุกแห่งในโลกและมีการทำเหมืองเช่นเดียวกับแร่ธาตุอื่นทั้งหลาย เราใช้แร่หินสบู่สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมยาเท่านั้นในแป้งเด็กของเรา

การผลิตแป้งฝุ่นมีวิธีการอย่างไร?

เมื่อขุดแร่หินสบู่ขึ้นมากจากพื้นดินแล้ว ส่วนหนึ่งก็จะถูกบดย่อย แยกแยะและกำหนดระดับคุณภาพ แร่หินสบู่ที่มีคุณภาพตรงตามมาตรฐานของเราก็จะถูกบดให้เป็นผงแป้ง ทดสอบขนาดอนุภาคและยืนยันการมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดความบริสุทธิ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

แร่หินสบู่นั้นปลอดภัย

ความปลอดภัยของแร่หินสบู่ขั้นที่ 1

1แร่หินสบู่ถูกใช้มานานหลายศตวรรษ

แร่หินสบู่เป็นแร่ธรรมชาติที่นุ่มเนียนที่สุดในโลก และมีการใช้งานอย่างหลากหลายย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ2

ความปลอดภัยของแร่หินสบู่ขั้นที่ 2

2แร่หินสบู่นั้นเป็นส่วนประกอบพื้นฐานในผลิตภัณฑ์มากมายมากกว่าที่คุณคิด

ทั้งในอาหารที่เรากิน รวมถึงหมากฝรั่ง ข้าวและน้ำมันมะกอก และผลิตภัณฑ์มากมายที่เราใช้ทุกวัน (เช่น เครื่องสำอาง สบู่และผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ)1,2,3

ความปลอดภัยของแร่หินสบู่ขั้นที่ 3

3แร่หินสบู่นั้นปลอดภัย

การวิจัย หลักฐานทางคลินิกและเวลาเกือบ 40 ปีของการศึกษาวิจัยมากมายโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระทางการแพทย์ทั่วโลกยังคงสนับสนุนความปลอดภัยของแร่หินสบู่อย่างต่อเนื่อง

ความปลอดภัยของแร่หินสบู่ขั้นที่ 4

4มีการศึกษาวิจัยแร่หินสบู่โดยหน่วยงานกำกับดูแลอิสระทั่วโลก

หน่วยงานรัฐบาลและหน่วยงานที่ไม่ใช่ของรัฐบาล อย่างเช่น คณะผู้เชี่ยวชาญการบริหารจัดการและการพิจารณาส่วนประกอบของเครื่องสำอางขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ทำการตรวจสอบความเป็นไปได้ของความเป็นอันตรายของแร่หินสบู่ และได้ตัดสินว่าแร่หินสบู่นั้นมีความปลอดภัย

ความปลอดภัยของแร่หินสบู่ขั้นที่ 5

5แร่หินสบู่ไม่ก่อโรคมะเร็ง

คณะกรรมการกองบรรณาธิการแบบสอบถามข้อมูลแพทย์ (Physician Data Query Editorial Board) ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติได้สรุปว่าน้ำหนักของหลักฐานไม่สนับสนุนความเกี่ยวข้องระหว่างการได้รับสัมผัสจากแร่หินสบู่บริเวณฝีเย็บและการเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่

หลายทศวรรษของความปลอดภัย

เรายังคงใช้แร่หินสบู่ในผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่องเพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จากเวลาหลายศตวรรษได้ยืนยันความปลอดภัยของแร่หินสบู่หลายต่อหลายครั้ง ความเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ จอห์นสัน เบบี้ของคุณและความเชื่อมั่นใช้ผลิตภัณฑ์นี้ทุกวันของคุณเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ ด้วยเหตุนี้เราจึงใช้เฉพาะส่วนผสมที่มีการลงความเห็นแล้วว่าปลอดภัยสำหรับการใช้โดยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด

การวิจัย หลักฐานทางคลินิกและเวลาเกือบ 40 ปีของการศึกษาวิจัยมากมายโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ทั่วโลกยังคงสนับสนุนความปลอดภัยของเครื่องสำอางแป้งฝุ่นอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานสาธารณสุขจำนวนมากทั่วโลกได้ทำการตรวจทานข้อมูลของแร่หินสบู่ และมีการใช้งานแร่หินสบู่อย่างกว้างขวางทั่วโลก

แม้ว่าแร่หินสบู่จะมีประวัติความเป็นมาสำหรับความปลอดภัยของการใช้ในสินค้าอุปโภคบริโภคมาเป็นเวลายาวนานก็ตาม แต่มีกลุ่มคนบางคนได้ตั้งคำถามว่าการใช้แป้งฝุ่นจะสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการก่อมะเร็งของบุคคลหรือไม่ ไม่นานมานี้ ได้มีการตั้งคำถามหลายข้อว่าแร่หินสบู่ที่ใช้ในสินค้าอุปโภคบริโภคมีการปนเปื้อนของใยหินหรือไม่ น้ำหนักของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ไม่สนับสนุนข้ออ้างที่ว่าผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นของเราเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง

เราทำการพิจารณาคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์ของเราอย่างจริงจัง และด้วยเหตุนี้จึงได้มีการขุดค้นหลักฐานเชิงลึกเกี่ยวกับแร่หินสบู่

การทดสอบจำนวนหลายพันครั้งได้ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าแร่หินสบู่ในผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นของสินค้าอุปโภคบริโภคของเราไม่มีใยหิน แร่หินสบู่ของเรามาจากแหล่งเหมืองแร่ที่ได้รับการยืนยันแล้วว่ามีคุณภาพตรงตามข้อมูลจำเพาะที่เข้มงวดของเรา ไม่เพียงแต่ทั้งเราและซัพพลายเออร์ของเราเท่านั้นที่ได้ดำเนินการทดสอบเป็นประจำเพื่อรับรองว่าแร่หินสบู่ของเราไม่มีใยหิน แต่แร่หินสบู่ของเราผ่านการทดสอบและได้รับการยืนยันแล้วว่าปราศจากใยหินโดยห้องปฏิบัติการและมหาวิทยาลัยอิสระหลายแห่ง รวมถึง FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) วิทยาลัย Harvard School of Public Health และโรงพยาบาล Mount Sinai

การฟ้องร้องคดีจอห์นสัน

คุณอาจได้อ่านบทความในข่าวเกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีที่กล่าวหาว่าแป้งเด็ก จอห์นสัน เบบี้ พาวเดอร์ สามารถก่อมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก

บริษัทจอห์นสันใช้เฉพาะแร่หินสบู่บริสุทธิ์ที่มีระดับคุณภาพสำหรับอุตสาหกรรมยาเท่านั้น เราได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นการผลิตเพื่อรับรองเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้อย่าเชื่อคำพูดของเรา โปรดศึกษาข้อเท็จจริงทั้งหลายและตัดสินใจด้วยตัวคุณเอง

เรียนรู้เพิ่มเติม

ศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับแร่หินสบู่และโรคมะเร็งรังไข่

การศึกษาวิจัย Nurses’ Health

การศึกษาวิจัย Nurses’ Health Study หรือ NHS เป็นการศึกษาวิจัยสุขภาพในกลุ่มอาสาสมัครเพศหญิงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการทำการศึกษาวิจัย การศึกษาวิจัยจากเหตุไปหาผลที่รัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นผู้สนับสนุนการวิจัยนี้ ได้ทำการศึกษาปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคเรื้อรังสำคัญในเพศหญิงนับตังแต่ปีค.ศ. 1976 นอกเหนือจากการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ทางการแพทย์จำนวนมากแล้ว การวิจัยจาก NHS ยังได้ช่วยเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่และโรคหัวใจในอาสาสมัครเพศหญิง และนำไปสู่การพัฒนาการรักษาด้วยฮอร์โมนสำหรับการรักษาโรคมะเร็งเต้านม

สัดส่วนการใช้แร่หินสบู่ของการศึกษาวิจัย NHS ยังได้รวมถึง 78,630 การติดตามตรวจสอบอาสาสมัครเพศหญิงกลุ่มหนึ่งเป็นเวลารวมทั้งสิ้นถึง 24 ปี4,5 โดยมีการสอบถามอาสาสมัครเพศหญิงกลุ่มนี้ว่าเคยใช้แป้งฝุ่นที่บริเวณอวัยวะเพศหรือบนผ้าอนามัยของตนหรือไม่ เกี่ยวกับ 40 เปอร์เซนต์ของอาสาสมัครเพศหญิงที่ตอบว่าใช่ และได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของผู้ใช้แร่หินสบู่4,5

ข้อมูลของการศึกษาวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงการไม่มีการเพิ่มขึ้นในอัตราของโรคมะเร็งรังไข่ในกลุ่มผู้ใช้แร่หินสบู่ โดยไม่คำนึงถึงความบ่อยครั้งในการใช้แร่หินสบู่ ไม่มีความแตกต่างของอัตราการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ในกลุ่มอาสาสมัครเพศหญิงที่ใช้แป้งฝุ่นบนร่างกายของตนโดยตรงหรือบนผลิตภัณฑ์ผ้าอนามัย4,5

24 ปีของการศึกษาวิจัย
ในอาสาสมัครเพศหญิง 78,630 คน
31,789 คนที่ใช้แร่หินสบู่

แสดงให้เห็นถึงการไม่
เพิ่มขึ้นโดยรวม

ในความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่

การศึกษาวิจัย Nurses’ Health

การศึกษาวิจัย Women’s Health Initiative

การศึกษาวิจัย Women’s Health Initiative (WHI) ก่อตั้งขึ้นโดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) ของประเทศสหรัฐอเมริกา 1991 เพื่อศึกษาสุขภาพของอาสาสมัครเพศหญิงในวัยหมดระดู การศึกษาวิจัยจากเหตุไปหาผลนี้ได้ทำการสืบค้นปัญหามากมายที่สัมพันธ์กับการรักษาด้วยฮอร์โมนและโรคมะเร็งเต้านม และผลกระทบเกี่ยวกับโรคมะเร็งและโรคหัวใจจากการบริโภคอาหาร สัดส่วนของอาสาสมัครเพศหญิงที่ได้รับการศึกษาเกี่ยวกับแร่หินสบู่ที่รวมอยู่ในการศึกษาวิจัย WHI นี้มีจำนวน 61,576 คน ซึ่ง 53 เปอร์เซนต์บอกว่ามีการใช้แป้งฝุ่นที่บริเวณอวัยวะเพศของตน บนแผ่นผ้าอนามัยหรือแผ่นครอบปากมดลูก ซึ่งบางคนได้ใช้มาเป็นเวลามากกว่า 20 ปี อาสาสมัครเพศหญิงในการศึกษาวิจัยนี้ได้รับการติดตามผลระหว่างปี ค.ศ. 1993 ถึง 2012

ข้อมูลของการศึกษาวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการไม่เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่ในอาสาสมัครเพศหญิงที่ใช้แป้งฝุ่น ไม่มีการเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงในกลุ่มอาสาสมัครเพศหญิงที่ใช้แป้งฝุ่นเป็นเวลานาน6

12 ปีของการศึกษาวิจัย
ในอาสาสมัครเพศหญิง 61,576 คน
32,219 คนที่ใช้แร่หินสบู่

แสดงให้เห็นถึงการไม่
เพิ่มขึ้นโดยรวม

ในความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่

การศึกษาวิจัย Women's Health Initiative

การศึกษาวิจัย Sister Study

การศึกษาวิจัย Sister Study ดำเนินการตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003-2009 ด้วยการสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพด้านสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (National Institute of Environmental Health Sciences) เป็นการวิจัยซึ่งเป็นจุดหลักสำคัญของความพยายามในการค้นหาสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม นอกจากนี้การศึกษาวิจัยนี้ยังมีการวิเคราะห์กลุ่มผู้เข้าร่วมเพื่อสืบค้นความสัมพันธ์ระหว่างการใช้แร่หินสบู่ สวนล้างช่องคลอดและโรคมะเร็งรังไข่

การศึกษาวิจัยนี้ได้ลงทะเบียนอาสาสมัครเพศหญิง 41,654 คนในประเทศสหรัฐอเมริกาและเปอร์โตริโกที่มีอายุระหว่าง 35 ถึง 74 ที่มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกันหรือต่างพ่อหรือต่างแม่ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านมและมีการสอบถามเกี่ยวกับการใช้แป้งฝุ่นในช่วง 12 เดือนก่อนหน้า ระหว่างช่วงเวลาของการศึกษาวิจัย ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้แป้งฝุ่นบริเวณฝีเย็บและในเวลาต่อมาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งรังไข่7 ขณะที่การสวนล้างช่องคลอดเป็นสิ่งที่พบบ่อยมากในกลุ่มผู้ใช้แร่หินสบู่ ซึ่งระหว่างการศึกษาวิจัย Sister Study ได้พบว่าการสวนล้างช่องคลอดมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งรังไข่ ไม่ใช่แร่หินสบู่7

6 ปีของการศึกษาวิจัย
ในอาสาสมัครเพศหญิง 41,654 คน
5,735 คนที่ใช้แร่หินสบู่

แสดงให้เห็นถึงการไม่
เพิ่มขึ้นโดยรวม

ในความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่

การศึกษาวิจัย Sister Study

การศึกษาวิจัยอื่น ๆ

ทั้งนี้ไม่พบความเกี่ยวข้องเชิงสถิติระหว่างโรคมะเร็งรังไข่และผู้ใช้แป้งฝุ่นในการศึกษาวิจัยแบบไปข้างหน้าในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ แม้ว่าจะมีบางคนในการศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุ มีการบ่งชี้เล็กน้อยของความเกี่ยวข้องเชิงสถิติ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน การศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุหลายโครงการได้ดำเนินการโดยการสอบถามกลุ่มคนที่มีประวัติของโรคใดโรคหนึ่งโดยเฉพาะเกี่ยวกับปัจจัยความเสี่ยงที่เป็นไปได้ ปัจจัยความเสี่ยงเหล่านี้อาจรวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างในอดีต เหตุผลที่เป็นไปได้ข้อหนึ่งที่บางการศึกษาวิจัยได้พบว่ามีความเกี่ยวข้องเชิงสถิติที่แตกต่างเล็กน้อยคือความเป็นไปได้ของการประเมินความสัมพันธ์กับความจริงที่มากเกินไปเนื่องจาก “ความทรงจำที่มีอคติ” (recall bias) ความทรงจำที่มีอคติคือเมื่อบุคคลที่เป็นโรคมักประเมินการได้รับสัมผัสปัจจัยเสี่ยงของตนมากเกินกว่าบุคคลที่ไม่เป็นโรค ในการศึกษาวิจัยเหล่านี้ อาสาสมัครเพศหญิงที่ทราบว่าตนเป็นโรคมะเร็งรังไข่จะพยายามทบทวนความจำอย่างหนักว่าสิ่งใดมีความสำคัญซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนเป็นโรคร้ายแรงนี้ ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าอาสาสมัครเพศหญิงที่เป็นโรคมะเร็งนั้นใช้แป้งฝุ่น8

การศึกษาวิจัยแร่หินสบู่และมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก

มะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกเป็นโรคมะเร็งที่พบได้น้อยมากรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท การได้รับสัมผัสใยหินก็มีความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกบางประเภท ใยหินเป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งพบได้ในสิ่งแวดล้อม และเส้นใยจำนวนเล็กน้อยของมันอยู่โดยรอบตัวเรา ทั้งในอากาศที่เราหายใจ ในน้ำที่เราดื่ม ดินและอาหารบางอย่าง

ไม่มีการศึกษาวิจัยที่สำคัญใดบ่งชี้ว่าการสูดหายใจเครื่องสำอางแป้งฝุ่นเข้าสู่ร่างกายก่อให้เกิดโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก

การศึกษาวิจัยคนงานในเหมืองและโรงโม่

การศึกษาวิจัยกลุ่มประชากรจำนวนหลายพันคนที่ได้รับสัมผัสของแร่หินสบู่เป็นประจำทุกวัน จากการทำงานในเหมืองหรือโรงโม่แป้งฝุ่น แสดงให้เห็นถึงการไม่มีพัฒนาการของโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก ในปี ค.ศ. 1976 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ริเริ่มการศึกษาวิจัยคนงานในเหมืองและโรงโม่ชาวอิตาลีของเหมืองเครื่องสำอางแป้งฝุ่นที่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันใช้ การศึกษาวิจัยนี้ได้ทำการเปรียบเทียบกลุ่มคนงานที่ได้รับการจ้างงานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1921 ถึง 1950 กับกลุ่มประชากรจากเมืองใกล้เคียงซึ่งได้แก่เมืองอัลบา ประเทศอิตาลี การศึกษาวิจัยนั้นพบว่าไม่มีกรณีของโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก

ในปี ค.ศ. 1979 กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการปรับปรุงแก้ไขการศึกษาวิจัยนี้โดยใช้สถิติข้อมูลใหม่ และเปรียบเทียบคนงานในเหมืองและโรงโม่ที่ทำงานระหว่างปี ค.ศ. 1946 ถึง 1974 กับข้อมูลประชากรของประเทศอิตาลี ซึ่งผลยังคงเหมือนเดิม ไม่มีคนงานในเหมืองและโรงโม่เป็นมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก การศึกษาวิจัยนี้ได้รับการปรับปรุงแก้ไขอีกครั้งในปี ค.ศ. 2003 และอีกครั้งในปี ค.ศ. 2017 และยังคงแสดงให้เห็นว่าไม่มีคนงานในเหมืองหรือโรงโม่คนใดได้รับหรือเริ่มเป็นโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก

การศึกษาวิจัยคนงานในเหมืองและโรงโม่ที่คล้ายคลึงกันได้ถูกดำเนินการในการทำเหมืองเครื่องสำอางแป้งฝุ่น การศึกษาวิจัยคนงานในเหมืองและโรงโม่ในเวอร์มอนต์ได้ถูกดำเนินการโดย NIOSH และ OSHA มีผลสรุปว่าไม่มีคนงานในเหมืองหรือโรงโม่คนใดได้พัฒนาโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก นอกจากนี้การศึกษาวิจัยคนงานที่ทำงานในเหมืองแร่หินสบู่หรือคนงานที่ทำงานในโรงโม่เครื่องสำอางแป้งฝุ่นในประเทศนอร์เวย์ ออสเตรียและฝรั่งเศส ก็แสดงถึงการไม่มีคนงานที่ได้รับสัมผัสแร่หินสบู่เหล่านี้เป็นโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก

1,992 คนงานเหมือง
และคนงานโรงโม่

ที่ได้รับสัมผัสแร่หินสบู่ทุกวัน
การศึกษาวิจัยที่มีระยะเวลา  38  ปี

พบกรณี 0 รายของ
มะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก

การศึกษาวิจัยคนงานในเหมืองและโรงโม่

แร่หินสบู่ใช้เพื่อลดของเหลวที่ติดค้าง
ในปอด

ขั้นตอนทางการแพทย์ที่เรียกว่าการขจัดช่องว่างในเยื่อหุ้มปอด ช่วยให้ปอดยึดติดกับผนังอกเพื่อรักษาการพองตัวของปอดที่มีภาวะโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศหรือป้องกันไม่ให้ของเหลวติดค้างรอบบริเวณปอด

ในบางกรณี แร่หินสบู่ถูกฉีดเข้าสู่เยื่อบุผนังปอดโดยตรงเพื่อป้องกันการติดค้างของของเหลว รายงานของผู้ป่วยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยจำนวนหลายร้อยคนที่ได้รับขั้นตอนทางการแพทย์นี้เป็นเวลาหลายสิบปี ไม่มีเคสของมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกใดทั้งสิ้น

ผู้ป่วย
จำนวนกว่า
 300  คน
ที่ได้เข้าร่วมการศึกษาวิจัยเป็นเวลา
14-40  ปี

พบกรณี 0 รายของ
มะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Industrial Minerals Association (สมาคมอุตสาหกรรมเหมืองแร่) “แร่หินสบู่คืออะไร”
    http://www.ima-na.org/?page=what_is_talc
  2. นิตยสาร EARTH ทรัพยากรแร่ประจำเดือน
    http://www.earthmagazine.org/article/mineral-resource-month-talc
  3. Geology.com. แร่หินสบู่: แร่ธาตุที่นุ่มเนียนที่สุด
    http://geology.com/minerals/talc.shtml
  4. Gertig - การศึกษาวิจัยแบบไปข้างหน้าที่ศึกษาวิจัยการใช้แร่หินสบู่และโรคมะเร็งรังไข่ วารสารของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ และการศึกษาวิจัย Nurses Health
    http://jnci.oxfordjournals.org/content/92/3/249.full
  5. Gates - ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งเซลล์เยื่อบุรังไข่โดยประเภทย่อยทางจุลพยาธิวิทยา วารสารวิทยาการระบาดของชาวสหรัฐอเมริกา
    http://aje.oxfordjournals.org/content/171/1/45.full
  6. Houghton - การใช้แป้งฝุ่นบริเวณฝีเย็บและความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่ วารสารสถาบันมะเร็งแห่งชาติ การศึกษาวิจัย Women’s Health Initiative
    http://jnci.oxfordjournals.org/content/106/9/dju208.full
  7. Gonzalez - การสวนล้างช่องคลอด การใช้แร่หินสบู่และความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่ วิทยาการระบาด
    https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/27327020
  8. Cancer.org. แป้งฝุ่นและโรคมะเร็ง
    http://www.cancer.org/cancer/cancercauses/othercarcinogens/athome/talcum-powder-and-cancer
กลับสู่ด้านบน
Powered by Translations.com GlobalLink OneLink Software