การฟ้องร้องคดีแร่หินสบู่

– มีความข้องเกี่ยวกับเรื่องใดบ้าง?

คุณอาจได้อ่านบทความในข่าวเรื่องการฟ้องร้องคดีที่เกี่ยวกับคำตัดสินชี้ขาดของคณะลูกขุนคณะใหญ่สำหรับคดีการกล่าวหาว่าแป้งเด็ก จอห์นสัน เบบี้ จอห์นสัน สามารถก่อมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก แต่คุณอาจจะยังไม่ได้อ่านหรือได้ยินเรื่องนี้ คำตัดสินชี้ขาดทั้งหมดที่ว่าจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นฝ่ายผิดได้ผ่านเข้าสู่การพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ และคณะลูกขุนทุกคนได้กลับคำตัดสิน นอกจากนี้ ก็ยังมีคดีฟ้องร้องอีกจำนวนหนึ่งที่คณะลูกขุนได้สรุปคำตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งของโจทก์ และในกรณีอื่นๆ คณะลูกขุนได้ยกฟ้องคดีทันที บนพื้นฐานของการตรวจทานข้อเท็จจริงของคณะลูกขุน

เรื่องราวของบุคคลที่ต้องทุกข์ทนเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง และเรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วยเหล่านี้ และเข้าใจดีว่าบุคคลเหล่านี้ต้องการคำตอบ

อย่างไรก็ตามวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริง ได้แสดงให้เห็นว่าความเจ็บป่วยเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นที่มีแร่หินสบู่เป็นส่วนประกอบหลักของเรา

แป้งเด็ก จอห์นสัน เบบี้®

เราเป็นบริษัทที่ได้ทุ่มเทความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงต่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวของคนทุกคนบนโลกนี้ เราคือลูกชายและลูกสาว พี่ชายและน้องชาย พี่สาวและน้องสาว พ่อแม่และปู่ย่าตายาย เช่นเดียวกับคุณ เราใช้ผลิตภัณฑ์ของเรากับตัวเราเอง ลูกของเราและหลานของเรา เราเข้าใจดีว่าความเชื่อถือที่เราได้รับมาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และเราให้การดูแลใส่ใจในหน้าที่ความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นอย่างดี

การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินการเป็นเวลาหลายสิบปีได้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีความปลอดภัยและไม่มีการปนเปื้อนของใยหิน หากเราเชื่อว่าแร่หินสบู่ของเราไม่ปลอดภัย ก็จะไม่มีผลิตภัณฑ์นี้ออกวางจำหน่ายโดยเด็ดขาย

เราตระหนักดีว่าคดีเหล่านี้ได้สร้างความวิตกกังวลและความสับสนมากเพียงใด และความกังขาสำหรับการเคยใช้และยังคงใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแร่หินสบู่เป็นส่วนประกอบหลักของผู้คนจำนวนมากทั่วโลก นอกจากนี้คดีอีกมากมาย และการอภิปรายโต้เถียงอีกจำนวนมากจะยังคงมีต่อไป

เว็บนี้จัดทำขึ้นเพื่อแบ่งปันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแร่หินสบู่และดคีฟ้องร้องเหล่านี้ เพื่อช่วยคุณและครอบครัวของคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับว่าเหตุใดเราจึงยังคงจำหน่ายแป้งเด็ก จอห์นสัน เบบี้อยู่ต่อไป และเหตุใดเราจึงยังคงต่อสู้คดีในศาลอย่างแข็งขันเพื่อปกป้องตำแหน่งของเรา

ข้อเท็จจริง

1. ความมุ่งมั่นเรื่องความปลอดภัยของเราเริ่มต้นจากเหมืองแร่หินสบู่ที่เราเลือก

เราได้ใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการของเราทุกขั้นตอนเพื่อรับรองว่าแร่หินสบู่คุณภาพระดับเครื่องสำอางในผลิตภัณฑ์ของเราไม่มีการปนเปื้อนของใยหิน วัตถุประสงค์ในการใช้แป้งฝุ่นสำหรับเครื่องสำอางมีประมาณ 5% เท่านั้น โดยส่วนที่เหลือทั้งหมดถูกนำไปใช้ในวัสดุทางอุตสาหกรรม เช่น หลังคา วัสดุก่อสร้าง หรือเซรามิก ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าเหมืองแร่หินสบู่ใดมีคุณสมบัตืเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์แร่หินสบู่ของเรา เราได้ทำการประเมินเหมืองร่วมกับนักธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ทุกแง่มุมเกี่ยวกับวิธีและสถานที่ที่มีการทับทมของแร่

รายงานของรัฐบาลและนักวิชาการเกี่ยวกับเหมืองที่เราได้จัดจ้างเพื่อจัดหาแร่หินสบู่สำหรับแป้งเด็ก จอห์นสัน เบบี้ ของเราในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดายืนยันว่าแร่หินสบู่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราไม่มีส่วนประกอบของใยหิน

2. ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับใยหินในแร่หินสบู่ของเราได้รับการพิสูจน์รับรองตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วว่าไม่เป็นความจริง

ในช่วงทศวรรษ 1970 รายงานเบื้องต้นและไม่ถูกต้องเนื่องจากเข้าใจผิดบนพื้นฐานของระเบียบวิธีการทดสอบที่เชื่อถือไม่ได้ ได้ถูกบอกเล่าในสื่อ โดยกล่าวเป็นนัยว่าอาจมีใยหินปนเปื้อนอยู่ในแป้งฝุ่นของเรา นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก รวมถึงกลุ่มที่ทำงานกับ FDA ได้ทำการศึกษาวิจัยประเด็นนี้เป็นเวลาหลายปีและในที่สุดก็ได้ทำการสรุปว่าแป้งฝุ่นของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันไม่มีใยหินปนเปื้อน

ในขณะที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น นักวิทยาศาสตร์และหน่วยงานผู้มีอำนาจก็ได้ร่วมเห็นพ้องสำหรับระเบียบวิธีที่เชื่อถือได้และมีความแม่นยำสำหรับใยหินในแร่หินสบู่ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ไม่เพียงแต่มีระเบียบวิธีตรงตามมาตรฐานเหล่านี้เท่านั้นแต่กลับเหนือกว่า โดยใช้ระเบียบวิธีขั้นศาสตร์แห่งศิลป์เพื่อการทดสอบใยหินในแร่หินสบู่ที่เชื่อถือได้และมีความแม่นยำ ซึ่งหมายความว่าเราได้ทดสอบแร่หินสบู่ของเราไม่เพียงแต่ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบเดิมเท่านั้น แต่ยังใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่มีกำลังขยายสูงมากอีกด้วย

ในช่วงทศวรรษ 1970 ถึง 1980 เราได้รวบรวมตัวอย่างจากสถานการผลิตแป้งฝุ่นของเราทุกชั่วโมง เพื่อการทดสอบใยหินในผลิตภัณฑ์ของเรา ตัวอย่างจากแร่หินสบู่จากพื้นดินถูกนำไปรวมและได้รับการทดสอบเป็นเวลาอย่างต่ำทุกชั่วโมง ตัวอย่างของแร่หินสบู่พร้อมสำหรับการบรรจุหีบห่อนี้ถูกนำไปรวมและได้รับการทดสอบเป็นเวลาอย่างต่ำทุกสองสัปดาห์ และตามการตรวจสอบแบบเดิม ทุกไตรมาส ตัวอย่างเหล่านี้จะได้รับการทดสอบอีกครั้ง วันนี้ เรากำหนดให้ซัพพลายเออร์ของเราทุกรายรับรองว่าการจัดส่งแร่หินสบู่แต่ละครั้งนั้นได้รับการทดสอบและใช้มาตรฐานที่เข้มงวดกว่าที่ FDA ได้แนะนำไว้และไม่มีการตรวจพบใยหิน

ทั้งนี้ได้มีและจะยังคงเป็นจุดประสงค์ของการทดสอบทั้งหมดนี้ ยิ่งทดสอบมากเท่าใด ระดับความเชื่อมั่นและการรับรองที่ได้รับจากการทดสอบก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หากคุณทดสอบเพียงครั้งเดียว คุณจะได้รับการรับรองเพียงบางระดับเท่านั้น การทดสอบสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าได้ให้ผลลัพธ์เดียวกัน ว่าผลิตภัณฑ์ของเราไม่มีใยหินซึ่งเป็นระดับความมั่นใจที่สูงกว่า

3. นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำและหน่วยงานผู้มีอำนาจได้ทดสอบแร่หินสบู่และได้ยืนว่ามีความปลอดภัย

ข้อกล่าวหาที่ว่าแป้งฝุ่นของเราเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นข้อกังวลที่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันให้ความสำคัญอย่างจริงจัง และเราได้ขอให้สถาบัน ห้องปฏิบัติการและมหาวิทยาลัยหลายแห่งทำการทดสอบแป้งฝุ่นของเราเพื่อรับรองว่าปราศจากใยหิน การทดสอบเหล่าได้แสดงถึงหลักฐานที่แสดงว่าแป้งฝุ่นของเราไม่มีใยหิน สถาบันทั้งหลายเหล่านี้ได้แก่:

4. ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ FDA พบว่าข้อกล่าวหาที่ว่ามีใยหินในแร่หินสบู่เป็นข้อกล่าวหาที่ขาดหลักฐานสำคัญทางกฎหมาย

หน้าที่ของ FDA คือปกป้องสุขภาพของสาธารณชน รวมถึงการรับรองว่าเครื่องสำอางทั้งหลายมีความปลอดภัยและมีการติดฉลากอย่างถูกต้อง ในหลายสิบปีที่ผ่านมา ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ FDA พบว่าข้อกล่าวหาที่ว่ามีใยหินในแร่หินสบู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแป้งฝุ่นของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเมื่อใช้วิธีการตรวจสอบขั้นศาสตร์แห่งศิลป์

ในช่วงทศวรรษ 1970 FDA ได้ทำการสืบค้นซึ่งมีระยะเวลาสี่ปี ในประเด็นที่ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแป้งฝุ่น ซึ่งรวมถึงของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีใยหินปนเปื้อนหรือไม่ ผลลัพธ์ของการสืบค้นนี้ได้ทำให้ FDA สรุปว่า “แร่หินสบู่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ [รวมถึงผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน] ไม่มีการปนเปื้อนของใยหิน”

ในปี ค.ศ. 1986 FDA ได้ระบุว่า ไม่มีเหตุผลในการติดฉลากคำเตือนบนเครื่องสำอางแป้งฝุ่น ตามการอ้างอิงเหตุผลจากการศึกษาวิจัยต่าง ๆ และการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องขององค์การ FDA ได้ระบุไว้ว่าแม้กระทั่ง “ความเสี่ยงร้ายแรงที่สุดจากกรณีการได้รับสัมผัสแร่ใยหินจากเครื่องสำอางแป้งฝุ่นก็ได้รับการประเมินว่าจะต่ำกว่าจากระดับสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของการได้รับสัมผัสแร่ใยหิน … เป็นเวลาตลอดชีวิต”

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009-2010 FDA ได้ทดสอบแร่หินสบู่ดิบจากซัพพลายเออร์แร่หินสบู่สี่ราย รวมถึงซัพพลายเออร์สำหรับผลิตภัณฑ์ Baby Powder ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และสบู่เหลว Shower to Shower ซึ่งคือผลิตภัณฑ์ที่ถูกยกเลิกการผลิตไปแล้ว และได้ยืนยันว่าไม่มีใยหินในผลิตภัณฑ์ใดทั้งสิ้น

อีกครั้งในปี ค.ศ. 2014 ซึ่งเป็นการสืบค้นความสัมพันธ์ระหว่างแร่หินสบู่และโรคมะเร็งรังไข่ FDA ได้ระบุว่าไม่มีหลักฐานที่สามารถใช้เป็นข้อสรุปว่าการใช้แป้งฝุ่นมีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุใดทั้งสิ้นกับโรคมะเร็ง

5. การศึกษาวิจัยทั้งหลายได้แสดงให้เห็นว่าแร่หินสบู่ของเรามีความปลอดภัย

ผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน รวมถึงแป้งเด็ก Baby Powder และผลิตภัณฑ์เดิมซึ่งได้แก่สบู่เหลว Shower to Shower พบว่ามีความปลอดภัยในการใช้โดยการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้มากที่สุดจำนวนมาก

โรคมะเร็งรังไข่: การศึกษาวิจัยจากเหตุไปหาผลสามโครงการสำคัญที่ได้ทำการติดตามอาสาสมัครเพศหญิงจำนวนมากกว่า 80,000 คนที่ใช้แป้งฝุ่นเป็นเวลาขั้นต่ำ 6 ถึง 24 ปีเพื่อระบุว่าแป้งฝุ่นที่ใช้เพื่อสุขอนามัยสำหรับสตรีเป็นสาเหตุของมะเร็งรังไข่หรือไม่ ได้สรุปว่าการใช้แร่หินสบู่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งรังไข่ การศึกษาวิจัยจากเหตุไปหาผลแบบไปข้างหน้าหลายโครงการมีวิธีดำเนินการที่เป็นที่รับยอมรับอย่างกว้างขวางและความเชื่อถือได้ในระดับสูงในการสืบค้นความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ หรือการได้รับสัมผัส ผลิตภัณฑ์และโรค ในการศึกษาวิจัยประเภทนี้ บุคคลกลุ่มหนึ่งจะถูกสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่เป็นไปได้ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง แล้วจากนั้นก็จะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาช่วงหนึ่งเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การศึกษาจากเหตุไปหาผลเหล่านี้ได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่กับโรคมะเร็งปอด ระดับคอเลสเตอรอลสูงกับโรคหัวใจ และหัวข้อด้านสุขภาพอื่นอีกมากมายที่ในปัจจุบันเราถือว่าเป็นความรู้พื้นฐาน

การศึกษาวิจัยบางโครงการ ที่เรียกว่าการศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุ ได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงสถิติเล็กน้อยระหว่างโรคมะเร็งรังไข่และการใช้แร่หินสบู่ ขณะที่การศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุอื่นที่มีการออกแบบที่คล้ายคลึงกันแสดงให้เห็นถึงการไม่มีความเกี่ยวพันระหว่างการใช้แร่หินสบู่และโรคมะเร็งรังไข่ ผู้เชี่ยวชาญต่างก็มีความสงสัยเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุเหล่านี้เนื่องจากความไม่สอดคล้องของผลลัพธ์ และเมื่อการศึกษาวิจัยเหล่านี้แสดงผลลัพธ์ที่เป็นบวกเล็กน้อยก็อาจจะเกิดจากข้อจำกัดของการออกแบบการวิจัย ข้อจำกัดของการศึกษาวิจัยเหล่านี้รวมถึง “ความทรงจำที่มีอคติ” (recall bias) หมายถึงเมื่อบุคคลที่เป็นโรคมักการประเมินการได้รับสัมผัสปัจจัยเสี่ยงของตนมากเกินกว่าบุคคลที่ไม่เป็นโรค ในการศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุเหล่านี้ อาสาสมัครเพศหญิงที่ทราบว่าตนเป็นโรคมะเร็งรังไข่จะพยายามทบทวนความจำอย่างหนักว่าสิ่งใดมีความสำคัญซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนเป็นโรคร้ายแรงนี้ ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าอาสาสมัครเพศหญิงที่เป็นโรคมะเร็งนั้นใช้แป้งฝุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้วเนื่องจากอาสาสมัครเหล่านี้จำได้ดีถึงกิจวัตรที่ตนทำจนเคยชินเกี่ยวกับสุขอนามัยของตนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การศึกษาวิจัยแบบไปข้างหน้าในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่นั้นได้รับการพิจารณาว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่า โดยส่วนหนึ่งเนื่องมาจากไม่มีอาสาสมัครเพศหญิงคนใดทราบว่าตนจะเป็นโรคมะเร็งรังไข่ในภายหลัง ดังนั้นจึงไม่พบความทรงจำที่มีอคติระหว่างการใช้แป้งฝุ่นและโรคมะเร็งรังไข่ในการศึกษาเหล่านี้

มะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก มะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกเป็นมะเร็งประเภทหนึ่งที่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการได้รับสัมผัสใยหิน ใยหินเป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติซึ่งพบได้ในสิ่งแวดล้อม และเส้นใยจำนวนเล็กน้อยของมันล่องลอยอยู่ในอากาศทั่วไปทุกหนทุกแห่ง

ไม่มีการศึกษาวิจัยที่สำคัญใดบ่งชี้ว่าการสูดหายใจเครื่องสำอางแป้งฝุ่นเข้าสู่ร่างกายก่อให้เกิดโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก แต่ความจริงก็คือ การศึกษาวิจัยกลุ่มประชากรจำนวนหลายพันคนที่ได้รับสัมผัสของแร่หินสบู่เป็นประจำทุกวัน จากการทำงานในเหมืองหรือโรงโม่แป้งฝุ่น แสดงให้เห็นถึงการไม่มีพัฒนาการของโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก ตัวอย่างเช่น การศึกษาวิจัยหลายโครงการที่เป็นการศึกษาวิจัยเพื่อติดตามคนงานเหมืองและคนงานโรงโม่จำนวนเกือบ 2000 คนที่มีความเกี่ยวข้องกับเหมืองแร่หินสบู่ที่ใช้โดยจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ที่ได้รับการว่าจ้างระหว่างปี ค.ศ. 1921 และ 1950 และระหว่างปี ค.ศ. 1946 และ 1974 และเปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตของคนงานเหล่านี้กับประชากรในกลุ่มควบคุม การศึกษาวิจัยเหล่านี้ได้รับการแก้ไขปรับปรุงหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อปี ค.ศ. 2017 และยังคงแสดงให้เห็นถึงการไม่พัฒนาของมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกของคนงานเหมืองหรือคนงานโรงโม่

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้ป่วยที่ได้รับขั้นตอนทางการแพทย์ที่ชื่อว่าการขจัดช่องว่างในเยื่อหุ้มปอดด้วยแร่หินสบู่ ซึ่งเป็นการฉีดแร่หินสบู่จริง ๆ เข้าสู่ปอดของผู้ป่วยเหล่านี้ โดยไม่พบว่ามีการพัฒนาของโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกในผู้ป่วยคนใดทั้งสิ้น

ภายในศาล

คดีฟ้องร้องแรกสุดที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างมากซึ่งเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างนี้คือเมื่อปี ค.ศ. 2013 เมื่อที่ปรึกษาด้านกฎหมายของโจทก์ได้กล่าวหาว่าการใช้ผลิตภัณฑ์แป้งเด็ก จอห์นสัน Baby Powder และผลิตภัณฑ์สบู่เหลว Shower to Shower เดิมของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้เป็นสาเหตุของการก่อมะเร็งรังไข่ของหญิงคนหนึ่ง แม้ว่าคณะลูกขุนจะตัดสินว่าบริษัทเป็นฝ่ายผิด แต่ก็ไม่มีคำสั่งของการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด

นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีคดีฟ้องร้องอื่นเพิ่่มเติมอีกหลายคดีที่คณะลูกขุนได้ตัดสินให้จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเป็นฝ่ายผิดอย่างมีนัยสำคัญ คดีฟ้องร้องแต่ละคดีเหล่านี้มีการพิจารณาไต่สวนในชั้นอุทธรณ์ได้รับการพิจารณากลับคำตัดสิน

นอกจากนี้ศาลหลายแห่งยังพบว่าไม่มีหลักฐานในความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องสำอางแป้งฝุ่นและโรคมะเร็งรังไข่

หลังจากการตัดสินเหล่านี้ นับตั้งแต่นั้นมาทนายความที่ยื่นฟ้องคดีฟ้องร้องเหล่านี้ก็ได้เปลี่ยนทฤษฎีของตน โดยกล่าวหาว่าแร่หินสบู่ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันมีใยหิน (คดีมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกคดีแรกมีการพิจารณาคดีในฤดูใบไม้ร่วงของปี ค.ศ. 2017)

การกล่าวหาเหล่านี้ อ้า‎‏งย้อนกลับไปที่รายงานเบื้องต้นและไม่ถูกต้องเนื่องจากเข้าใจผิดในสื่อเมื่อช่วงปี ค.ศ. 1970 โดยมีระเบียบวิธีที่เชื่อถือไม่ได้กล่าวอ้างว่าได้ตรวจพบใยหินปนเปื้อนอยู่ในแป้งฝุ่น หลังจากรายงานเหล่านี้ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาก็ได้ดำเนินการสืบค้น ตลอดจนการทดสอบอิสระที่มีนำมาซึ่งการพัฒนาระเบียบวิธีการทดสอบที่เชื่อถือได้มากยิ่งขึ้นและยืนยันว่าผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นของเราไม่มีใยหิน ทนายฝ่ายโจทก์ได้พยายามรื้อฟื้นประเด็นที่ได้รับการตัดสินไปแล้วนี้อีก

คดีจำนวนมากเหล่านี้ ซึ่งส่วนหนึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลแรกเริ่มตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งมีการพิจารณาตัดสินคดีไปแล้ว ในบางคดี คณะลูกขุนได้ลงความเห็นให้จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเป็นฝ่ายชนะ ส่วนในบางคดีคณะลูกขุนไม่สามารถพิจาณาตัดสินที่เป็นเอกฉันท์ได้ และในบางคดีคณะลุกขุนได้ตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะ รวมถึงการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนสูงด้วย จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันได้วางแผนเพื่อการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาใดก็ตามที่ตัดสินให้บริษัทเป็นฝ่ายผิด เราเชื่อว่าเรามีพื้นฐานข้อเท็จจริงที่หนักแน่นว่าศาลอุทธรณ์จะกลับคำตัดสินเหล่านี้

ผู้พิพากษา เนลสัน ซี จอห์นสัน

จากศาลสูงแห่งนิวเจอร์ซี ได้พิพากษายกฟ้องคดีเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2016 ว่า: “ผู้เชี่ยวชาญของโจทก์ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าข้อมูลที่ใช้ถูกสร้างขึ้นอย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ และมีประเภทข้อมูลที่สมเหตุสมผลจากผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเปรียบเทียบได้ …ไม่มีพยานโจทก์คนใดที่กล้าแสดงความคิดอย่างชัดเจนเกี่ยวกับว่า แร่หินสบู่ในรังไข่เป็นอย่างไร หรืออะไรที่เกี่ยวกับแร่หินสบู่ในรังไข่ ที่เริ่มต้นห่วงโซ่ของเหตุการณ์ซึ่งได้กล่าวอ้างว่าเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งรังไข่”

ผู้พิพากษา มาเร็น อี เนลสัน

ของศาลสูงแห่งแคลิฟอร์เนียได้สรุปคำตัดสินหลังจากการพิจารณาคดีฟ้องร้องในเดือนตุลาคม ปี ค ศ. 2017 ว่า “ศาลแห่งนี้มีข้อสรุปคำตัดสินที่หนักแน่นว่าหลักฐานของความสัมพันธ์ระหว่างเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงนี้ไม่เพียงพอสำหรับสนับสนุนคำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์” เนื่องจากทนายความที่ปรึกษาของโจทก์ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่า “แร่หินสบู่เป็นสาเหตุได้มากกว่าอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง”

พิจารณาอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

1
ทนายโจทก์ต้องพึ่งพาข้อเท็จจริงของความสงสัยเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างของตน

สถาบันอิสระชั้นนำ ห้องปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยและหน่วยงานของรัฐจำนวนมากทั้งหมดเหล่านี้ได้สรุปว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแป้งฝุ่นของเราไม่มีใยหิน

ดังนั้น ด้วยการทดสอบทั้งหมดนี้ เหตุใดทนายโจทก์จึงได้กล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีใยหิน?

พวกเขาอาศัยคำเบิกความของพยานที่พวกเขาว่าจ้างมาให้สนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตนที่มีข้อเท็จจริงของความสงสัยในความไม่เห็นพ้องกับฝ่ายที่สามที่เป็นอิสระ

ตัวอย่างเช่น พยานอาจใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อบกพร่องในการทดสอบแร่หินสบู่ หนึ่งในพยานเหล่านี้ได้ยอมรับว่าเขาจะเรียกบางสิ่งที่ตนพบว่าใยหิน “ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ก็ตาม”

และอีกตัวอย่างหนึ่งก้คือ พวกเขาอาจจะทดสอบขวดบรรจุผลิตภัณฑ์ที่อาจมีการปนเปื้อนหลังจากการซื้อ พยานรายหนึ่งทดสอบขวดบรรจุผลิตภัณฑ์แป้งเด็ก จอห์นสัน Baby Powder สี่ขวดที่ได้ซื้อจากร้านค้า การทดสอบแต่ละครั้งมีผลลัพธ์เป็นลบสำหรับใยหิน มิใช่เพียงแค่นั้น เขายังได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ในขวดบรรจุที่มาจากแหล่งอื่นอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับจากทนายโจทก์โดยตรงซึ่งเป็นการซื้อมาจาก eBay ซึ่งเขาอ้างว่าการทดสอบบางครั้งได้รับผลเป็นบวก ไม่นานมากนี้ศาลของแคลิฟอร์เนีย ได้หยุดยั้งพยานผู้นี้จากการแสดงหลักฐานที่การพิจารณาคดีในศาล เนื่องจากพยานไม่สามารถยืนยันได้ว่าตัวอย่างไม่ได้ถูกปนเปื้อน

พยานอีกหนึ่งรายที่เพิ่งถูกว่าจ้างโดยทนายโจทก์เมื่อไม่นานมานี้เพื่อให้เป็นพยานยืนยันว่าแป้งฝุ่นของจอห์นสันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก ได้ให้การเป็นพยานว่าในคดีต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ที่การศึกษาวิจัยหลายโครงการได้แสดงให้เห็นว่าแป้งฝุ่นของจอห์นสันไม่มีความสัมพันธ์กับมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกนั้นเชื่อถือได้อย่างแท้จริง

2
ทนายโจทก์ได้บิดเบือนลักษณะของประวัติเอกสาร

บันทึกข้อมูลการทดสอบของเรา ที่ให้ผลเช่นเดิมเป็นเวลาหลายสิบปี ที่ระดับซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานของรัฐบาลและอุตสาหกรรม ได้แสดงให้เห็นว่าเครื่องสำอางแป้งฝุ่นของจอห์นสันไม่มีใยหินอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามทนายโจทก์ ได้เจตนาสร้างความสับสนโดยการแสดงเอกสารของบริษัทที่มีเนื้อหาภายนอกขอบเขต ในศาล ได้มีการเสนอประวัติเอกสารที่มีการปิดบังหลักฐานบางส่วนไว้เพื่อชี้นำว่าข้อมูลดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงการค้นพบใยหินในก่อนหน้า ถึงแม้ว่าบันทึกข้อมูลของเราจะเป็นการทดสอบผลิตภัณฑ์ของเราที่ครอบคลุมกว่าก็ตาม บ่อยครั้ง ที่เอกสารเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแร่หินสบู่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเลยก็ตาม ตัวอย่างเช่น มีการชี้ให้เห็นถึงเอกสารหนึ่งฉบับซึ่งชี้แนะการปรากฎตัวของใยหิน แต่เอกสารอีกหลายฉบับได้ระบุอย่างชัดเจนว่าใยหินมีความเกี่ยวข้องกับแร่หินสบู่ที่ใช้ในวัสดุทางอุตสาหกรรมเท่านั้น หรือ ได้มีการชี้ให้เห็นถึงเอกสารหนึ่งฉบับที่แสดงให้เห็นถึงใยหินในตัวอย่างที่ไม่สามารถระบุได้ของแป้งฝุ่นสำหรับการจำหน่าย โดยมองข้ามเอกสารอีกฉบับหนึ่งซึ่งเปิดเผยว่าตัวอย่างทั้งหมดของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ไม่พบการปนเปื้อนของใยหิน หรือ ได้มีการชี้ให้เห็นถึงเอกสารหนึ่งฉบับที่แสดงให้เห็นว่ามีใยหินในตัวอย่าง แต่ละปิดบังข้อเท็จจริงที่ว่าตัวอย่างเหล่านี้ถูกปนเปื้อนด้วยใยหินโดยเจตนาเพื่อวัตถุประสงค์ของการทดสอบ

3
ทนายโจทก์ได้ส่งเสริมให้มีการสมรู้ร่วมคิด

ทนายโจทก์อ้างว่าการสมรู้ร่วมคิดภายในจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเพื่อการขายผลิตภัณฑ์ที่เราทราบว่ามีการปนเปื้อนโดยเจตนา การกล่าวอ้างนี้เป็นเรื่องเท็จ ความจริงแล้ว หากข้อกล่าวหานี้เป็นเรื่องจริง หน่วยงานของรัฐบาลกลางและของรัฐหลายหน่วยงาน ห้องปฏิบัติการอิสระ นักวิทยาศาสตร์ และมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ที่ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ของเราก็จะต้องสมรู้ร่วมคิดกับเราในช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมานี้เพื่อปิดบังหลักฐานเรื่องนี้

ในปัจจุบัน มีคดีที่รอการพิจารณาจำนวนมากกว่า 10,000 คดี และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ทุ่มเทเพื่อต่อสู้คดีเหล่านี้ บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่นซึ่งแสดงให้เห็นว่าแป้งฝุ่นไม่ใช่สาเหตุของมะเร็ง

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ:

*จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้นำเสนอเนื้อหาของเอกสารที่เป็นสาธารณะบนเว็บไซต์นี้ซึ่งมีการจัดหาโดยบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตั้งแต่หนึ่งบริษัทขึ้นไป และใช้เพื่อเป็นหลักฐานในคดีฟ้องร้องต่าง ๆ หลักฐานที่นำมาแสดงในศาลนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับ ถึงแม้ว่าบางรายการอาจจะยังคงมีตราประทับที่ระบุว่าเป็นข้อมูลที่เป็นความลับก็ตาม เราได้พยายามเพื่อแสดงหลักฐานในรูปแบบที่มีการใช้ในการพิจารณาคดี (ตัวอย่างเช่น มีการเน้นด้วยสี และ/หรือ เครื่องหมายกำกับ) ซึ่งอาจไม่ตรงกับรูปแบบเอกสารที่บริษัทได้เก็บรักษาไว้ เว็บไซต์นี้จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะ

กลับสู่ด้านบน
Powered by Translations.com GlobalLink OneLink Software