ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแร่หินสบู่

การฟ้องร้องคดีแร่หินสบู่

- what are they about?

You’ve probably read news stories about juries awarding large verdicts in cases alleging that Johnson’s Baby Powder can cause ovarian cancer or mesothelioma. แต่คุณอาจจะยังไม่ได้อ่านหรือได้ยินเรื่องนี้ คำตัดสินชี้ขาดทั้งหมดที่ว่าจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นฝ่ายผิดได้ผ่านเข้าสู่การพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ และคณะลูกขุนทุกคนได้กลับคำตัดสิน นอกจากนี้ ก็ยังมีคดีฟ้องร้องอีกจำนวนหนึ่งที่คณะลูกขุนได้สรุปคำตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งของโจทก์ และในกรณีอื่นๆ คณะลูกขุนได้ยกฟ้องคดีทันที บนพื้นฐานของการตรวจทานข้อเท็จจริงของคณะลูกขุน

johnson-baby-powder.jpg

เรื่องราวของบุคคลที่ต้องทุกข์ทนเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง และเรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้ป่วยและครอบครัวของผู้ป่วยเหล่านี้ และเข้าใจดีว่าบุคคลเหล่านี้ต้องการคำตอบ

อย่างไรก็ตามวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริง ได้แสดงให้เห็นว่าความเจ็บป่วยเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นที่มีแร่หินสบู่เป็นส่วนประกอบหลักของเรา

เราเป็นบริษัทที่ได้ทุ่มเทความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงต่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวของคนทุกคนบนโลกนี้ เราคือลูกชายและลูกสาว พี่ชายและน้องชาย พี่สาวและน้องสาว พ่อแม่และปู่ย่าตายาย เช่นเดียวกับคุณ เราใช้ผลิตภัณฑ์ของเรากับตัวเราเอง ลูกของเราและหลานของเรา เราเข้าใจดีว่าความเชื่อถือที่เราได้รับมาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และเราให้การดูแลใส่ใจในหน้าที่ความรับผิดชอบดังกล่าวเป็นอย่างดี

การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินการเป็นเวลาหลายสิบปีได้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีความปลอดภัยและไม่มีการปนเปื้อนของใยหิน หากเราเชื่อว่าแร่หินสบู่ของเราไม่ปลอดภัย ก็จะไม่มีผลิตภัณฑ์นี้ออกวางจำหน่ายโดยเด็ดขาย

เราตระหนักดีว่าคดีเหล่านี้ได้สร้างความวิตกกังวลและความสับสนมากเพียงใด และความกังขาสำหรับการเคยใช้และยังคงใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแร่หินสบู่เป็นส่วนประกอบหลักของผู้คนจำนวนมากทั่วโลก นอกจากนี้คดีอีกมากมาย และการอภิปรายโต้เถียงอีกจำนวนมากจะยังคงมีต่อไป

เว็บนี้จัดทำขึ้นเพื่อแบ่งปันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแร่หินสบู่และดคีฟ้องร้องเหล่านี้ เพื่อช่วยคุณและครอบครัวของคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับว่าเหตุใดเราจึงยังคงจำหน่ายแป้งเด็ก จอห์นสัน เบบี้อยู่ต่อไป และเหตุใดเราจึงยังคงต่อสู้คดีในศาลอย่างแข็งขันเพื่อปกป้องตำแหน่งของเรา

ข้อเท็จจริง

  • ความมุ่งมั่นเรื่องความปลอดภัยของเราเริ่มต้นจากเหมืองแร่หินสบู่ที่เราเลือก

    เราได้ใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการของเราทุกขั้นตอนเพื่อรับรองว่าแร่หินสบู่คุณภาพระดับเครื่องสำอางในผลิตภัณฑ์ของเราไม่มีการปนเปื้อนของใยหิน วัตถุประสงค์ในการใช้แป้งฝุ่นสำหรับเครื่องสำอางมีประมาณ 5% เท่านั้น โดยส่วนที่เหลือทั้งหมดถูกนำไปใช้ในวัสดุทางอุตสาหกรรม เช่น หลังคา วัสดุก่อสร้าง หรือเซรามิก ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าเหมืองแร่หินสบู่ใดมีคุณสมบัตืเหมาะสมที่จะเป็นแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์แร่หินสบู่ของเรา เราได้ทำการประเมินเหมืองร่วมกับนักธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ทุกแง่มุมเกี่ยวกับวิธีและสถานที่ที่มีการทับทมของแร่

    Governmental and academic reports on the mines where we have sourced our talc for Johnson’s Baby Powder in the United States and Canada confirm that these talc ores used in our product did not contain asbestos.

  • ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับใยหินในแร่หินสบู่ของเราได้รับการพิสูจน์รับรองตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้วว่าไม่เป็นความจริง

    In the 1970s, preliminary and erroneous reports based on unreliable testing methodology were recounted in the media suggesting that there could be asbestos contamination in our talc. Scientists from all over the world, including those working for the FDA, studied the issue for years and ultimately concluded that Johnson & Johnson’s talc was not contaminated with asbestos.

    ในขณะที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น นักวิทยาศาสตร์และหน่วยงานผู้มีอำนาจก็ได้ร่วมเห็นพ้องสำหรับระเบียบวิธีที่เชื่อถือได้และมีความแม่นยำสำหรับใยหินในแร่หินสบู่ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ไม่เพียงแต่มีระเบียบวิธีตรงตามมาตรฐานเหล่านี้เท่านั้นแต่กลับเหนือกว่า โดยใช้ระเบียบวิธีขั้นศาสตร์แห่งศิลป์เพื่อการทดสอบใยหินในแร่หินสบู่ที่เชื่อถือได้และมีความแม่นยำ ซึ่งหมายความว่าเราได้ทดสอบแร่หินสบู่ของเราไม่เพียงแต่ด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบเดิมเท่านั้น แต่ยังใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนที่มีกำลังขยายสูงมากอีกด้วย

    In the 1970s and 1980s, we gathered samples every hour from our talc processing facilities so that we could test it for asbestos. Samples of ground talc ore were combined and tested at least every month. ตัวอย่างของแร่หินสบู่พร้อมสำหรับการบรรจุหีบห่อนี้ถูกนำไปรวมและได้รับการทดสอบเป็นเวลาอย่างต่ำทุกสองสัปดาห์ And as an additional audit, every quarter, those samples were also tested again. Today, we require every one of our suppliers to certify that each shipment of talc has been tested using standards exceeding what the FDA recommends and that no asbestos is detected.

    ทั้งนี้ได้มีและจะยังคงเป็นจุดประสงค์ของการทดสอบทั้งหมดนี้ ยิ่งทดสอบมากเท่าใด ระดับความเชื่อมั่นและการรับรองที่ได้รับจากการทดสอบก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น หากคุณทดสอบเพียงครั้งเดียว คุณจะได้รับการรับรองเพียงบางระดับเท่านั้น การทดสอบสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าได้ให้ผลลัพธ์เดียวกัน ว่าผลิตภัณฑ์ของเราไม่มีใยหินซึ่งเป็นระดับความมั่นใจที่สูงกว่า

  • นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำและหน่วยงานผู้มีอำนาจได้ทดสอบแร่หินสบู่และได้ยืนว่ามีความปลอดภัย

    ข้อกล่าวหาที่ว่าแป้งฝุ่นของเราเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นข้อกังวลที่จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันให้ความสำคัญอย่างจริงจัง และเราได้ขอให้สถาบัน ห้องปฏิบัติการและมหาวิทยาลัยหลายแห่งทำการทดสอบแป้งฝุ่นของเราเพื่อรับรองว่าปราศจากใยหิน These tests provided evidence that our talc does not contain asbestos. สถาบันทั้งหลายเหล่านี้ได้แก่:

  • ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ FDA พบว่าข้อกล่าวหาที่ว่ามีใยหินในแร่หินสบู่เป็นข้อกล่าวหาที่ขาดหลักฐานสำคัญทางกฎหมาย

    หน้าที่ของ FDA คือปกป้องสุขภาพของสาธารณชน รวมถึงการรับรองว่าเครื่องสำอางทั้งหลายมีความปลอดภัยและมีการติดฉลากอย่างถูกต้อง ในหลายสิบปีที่ผ่านมา ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ FDA พบว่าข้อกล่าวหาที่ว่ามีใยหินในแร่หินสบู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแป้งฝุ่นของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเมื่อใช้วิธีการตรวจสอบขั้นศาสตร์แห่งศิลป์

    In the 1970s, the FDA conducted a four-year intensive investigation into the issue of whether cosmetic talc products, including Johnson & Johnson’s, were contaminated with asbestos. ผลลัพธ์ของการสืบค้นนี้ได้ทำให้ FDA สรุปว่า “แร่หินสบู่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ [รวมถึงผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน] ไม่มีการปนเปื้อนของใยหิน”

    In 1986, FDA stated there is no reason to put a warning label on cosmetic talc, citing the results of its studies and ongoing surveillance. FDA ได้ระบุไว้ว่าแม้กระทั่ง “ความเสี่ยงร้ายแรงที่สุดจากกรณีการได้รับสัมผัสแร่ใยหินจากเครื่องสำอางแป้งฝุ่นก็ได้รับการประเมินว่าจะต่ำกว่าจากระดับสิ่งแวดล้อมบนพื้นฐานของการได้รับสัมผัสแร่ใยหิน … เป็นเวลาตลอดชีวิต”

    From 2009-2010, the FDA tested raw talc from four talc suppliers—including Johnson & Johnson’s suppliers for our Baby Powder and a previously-divested product Shower to Shower — and confirmed that none contained asbestos.

    Again in 2014, when investigating correlation between talc and ovarian cancer, the FDA stated that there was no conclusive evidence that use of talc had any causal relationship with cancer.

  • การศึกษาวิจัยทั้งหลายได้แสดงให้เห็นว่าแร่หินสบู่ของเรามีความปลอดภัย

    ผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน รวมถึงแป้งเด็ก Baby Powder และผลิตภัณฑ์เดิมซึ่งได้แก่สบู่เหลว Shower to Shower พบว่ามีความปลอดภัยในการใช้โดยการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้มากที่สุดจำนวนมาก

    โรคมะเร็งรังไข่: Three major independent cohort studies that followed more than 80,000 women who used talcum powder over a period of at least 6 to 24 years to determine if talcum powder use for feminine hygiene causes ovarian cancer concluded that the use of talc is not associated with increased risk of ovarian cancer. การศึกษาวิจัยจากเหตุไปหาผลแบบไปข้างหน้าหลายโครงการมีวิธีดำเนินการที่เป็นที่รับยอมรับอย่างกว้างขวางและความเชื่อถือได้ในระดับสูงในการสืบค้นความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ หรือการได้รับสัมผัส ผลิตภัณฑ์และโรค ในการศึกษาวิจัยประเภทนี้ บุคคลกลุ่มหนึ่งจะถูกสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงที่เป็นไปได้ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง แล้วจากนั้นก็จะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาช่วงหนึ่งเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การศึกษาจากเหตุไปหาผลเหล่านี้ได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่กับโรคมะเร็งปอด ระดับคอเลสเตอรอลสูงกับโรคหัวใจ และหัวข้อด้านสุขภาพอื่นอีกมากมายที่ในปัจจุบันเราถือว่าเป็นความรู้พื้นฐาน

    การศึกษาวิจัยบางโครงการ ที่เรียกว่าการศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุ ได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์เชิงสถิติเล็กน้อยระหว่างโรคมะเร็งรังไข่และการใช้แร่หินสบู่ ขณะที่การศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุอื่นที่มีการออกแบบที่คล้ายคลึงกันแสดงให้เห็นถึงการไม่มีความเกี่ยวพันระหว่างการใช้แร่หินสบู่และโรคมะเร็งรังไข่ ผู้เชี่ยวชาญต่างก็มีความสงสัยเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุเหล่านี้เนื่องจากความไม่สอดคล้องของผลลัพธ์ และเมื่อการศึกษาวิจัยเหล่านี้แสดงผลลัพธ์ที่เป็นบวกเล็กน้อยก็อาจจะเกิดจากข้อจำกัดของการออกแบบการวิจัย ข้อจำกัดของการศึกษาวิจัยเหล่านี้รวมถึง “ความทรงจำที่มีอคติ” (recall bias) หมายถึงเมื่อบุคคลที่เป็นโรคมักการประเมินการได้รับสัมผัสปัจจัยเสี่ยงของตนมากเกินกว่าบุคคลที่ไม่เป็นโรค ในการศึกษาวิจัยจากผลไปหาเหตุเหล่านี้ อาสาสมัครเพศหญิงที่ทราบว่าตนเป็นโรคมะเร็งรังไข่จะพยายามทบทวนความจำอย่างหนักว่าสิ่งใดมีความสำคัญซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนเป็นโรคร้ายแรงนี้ ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าอาสาสมัครเพศหญิงที่เป็นโรคมะเร็งนั้นใช้แป้งฝุ่น แต่ในความเป็นจริงแล้วเนื่องจากอาสาสมัครเหล่านี้จำได้ดีถึงกิจวัตรที่ตนทำจนเคยชินเกี่ยวกับสุขอนามัยของตนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การศึกษาวิจัยแบบไปข้างหน้าในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่นั้นได้รับการพิจารณาว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่า โดยส่วนหนึ่งเนื่องมาจากไม่มีอาสาสมัครเพศหญิงคนใดทราบว่าตนจะเป็นโรคมะเร็งรังไข่ในภายหลัง ดังนั้นจึงไม่พบความทรงจำที่มีอคติระหว่างการใช้แป้งฝุ่นและโรคมะเร็งรังไข่ในการศึกษาเหล่านี้

    มะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก มะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกเป็นมะเร็งประเภทหนึ่งที่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการได้รับสัมผัสใยหิน Asbestos is a naturally occurring mineral that is found in the environment, and small quantities of its fibers are omnipresent in the air.

    ไม่มีการศึกษาวิจัยที่สำคัญใดบ่งชี้ว่าการสูดหายใจเครื่องสำอางแป้งฝุ่นเข้าสู่ร่างกายก่อให้เกิดโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก แต่ความจริงก็คือ การศึกษาวิจัยกลุ่มประชากรจำนวนหลายพันคนที่ได้รับสัมผัสของแร่หินสบู่เป็นประจำทุกวัน จากการทำงานในเหมืองหรือโรงโม่แป้งฝุ่น แสดงให้เห็นถึงการไม่มีพัฒนาการของโรคมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอก For example, there are studies of nearly 2000 miners and millers associated with a talc mine used by Johnson & Johnson that followed the workers employed between 1921 and 1950, and between 1946 and 1974, and compared the mortality of those workers with the control populations. These have been repeatedly updated, as recently as 2017, and continue to demonstrate that none of the miners or millers developed mesothelioma.

    Moreover, large-scale reports on patients who had a medical procedure done called talc pleurodesis—where talc is actually injected into their lungs—found that none developed mesothelioma.

ภายในศาล

gavel-blue.png

คดีฟ้องร้องแรกสุดที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างมากซึ่งเกี่ยวข้องกับการกล่าวอ้างนี้คือเมื่อปี ค.ศ. 2013 เมื่อที่ปรึกษาด้านกฎหมายของโจทก์ได้กล่าวหาว่าการใช้ผลิตภัณฑ์แป้งเด็ก จอห์นสัน Baby Powder และผลิตภัณฑ์สบู่เหลว Shower to Shower เดิมของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้เป็นสาเหตุของการก่อมะเร็งรังไข่ของหญิงคนหนึ่ง แม้ว่าคณะลูกขุนจะตัดสินว่าบริษัทเป็นฝ่ายผิด แต่ก็ไม่มีคำสั่งของการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด

นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีคดีฟ้องร้องอื่นเพิ่่มเติมอีกหลายคดีที่คณะลูกขุนได้ตัดสินให้จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเป็นฝ่ายผิดอย่างมีนัยสำคัญ คดีฟ้องร้องแต่ละคดีเหล่านี้มีการพิจารณาไต่สวนในชั้นอุทธรณ์ได้รับการพิจารณากลับคำตัดสิน

นอกจากนี้ศาลหลายแห่งยังพบว่าไม่มีหลักฐานในความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องสำอางแป้งฝุ่นและโรคมะเร็งรังไข่

หลังจากการตัดสินเหล่านี้ นับตั้งแต่นั้นมาทนายความที่ยื่นฟ้องคดีฟ้องร้องเหล่านี้ก็ได้เปลี่ยนทฤษฎีของตน โดยกล่าวหาว่าแร่หินสบู่ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันมีใยหิน (คดีมะเร็งเซลล์บุผิวเยื่อหุ้มปอดชั้นนอกคดีแรกมีการพิจารณาคดีในฤดูใบไม้ร่วงของปี ค.ศ. 2017)

These latest claims harken back to preliminary and erroneous reports in the media in the 1970’s that claimed to detect asbestos in talc based on unreliable methodology. After those reports, an investigation by the U.S. Food & Drug Administration as well as independent testing contributed to the development of more reliable testing methodologies and confirmed that there was no asbestos in our talcum powder products. ทนายฝ่ายโจทก์ได้พยายามรื้อฟื้นประเด็นที่ได้รับการตัดสินไปแล้วนี้อีก

คดีจำนวนมากเหล่านี้ ซึ่งส่วนหนึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลแรกเริ่มตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งมีการพิจารณาตัดสินคดีไปแล้ว ในบางคดี คณะลูกขุนได้ลงความเห็นให้จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเป็นฝ่ายชนะ ส่วนในบางคดีคณะลูกขุนไม่สามารถพิจาณาตัดสินที่เป็นเอกฉันท์ได้ และในบางคดีคณะลุกขุนได้ตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะ รวมถึงการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนสูงด้วย จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันได้วางแผนเพื่อการยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาใดก็ตามที่ตัดสินให้บริษัทเป็นฝ่ายผิด เราเชื่อว่าเรามีพื้นฐานข้อเท็จจริงที่หนักแน่นว่าศาลอุทธรณ์จะกลับคำตัดสินเหล่านี้

ผู้พิพากษา เนลสัน ซี จอห์นสัน

from the Superior Court of New Jersey ruled in dismissing a case in กันยายน 2016 that: “Plaintiffs experts fail to demonstrate that the data or information used were soundly and reliably generated and are of a type reasonably relied upon by comparable experts…No witness for Plaintiffs ventured to articulate just how it is that talc in the ovaries, or, what it is about talc in the ovaries, that sets off a chain of events which purportedly causes ovarian cancer.”

ผู้พิพากษา มาเร็น อี เนลสัน

of the Superior Court of California concluded after a trial in ตุลาคม 2017 that: “ศาลแห่งนี้มีข้อสรุปคำตัดสินที่หนักแน่นว่าหลักฐานของความสัมพันธ์ระหว่างเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงนี้ไม่เพียงพอสำหรับสนับสนุนคำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์” เนื่องจากทนายความที่ปรึกษาของโจทก์ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่า “แร่หินสบู่เป็นสาเหตุได้มากกว่าอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง”

พิจารณาอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

  • ทนายโจทก์ต้องพึ่งพาข้อเท็จจริงของความสงสัยเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างของตน

    สถาบันอิสระชั้นนำ ห้องปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยและหน่วยงานของรัฐจำนวนมากทั้งหมดเหล่านี้ได้สรุปว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแป้งฝุ่นของเราไม่มีใยหิน

    ดังนั้น ด้วยการทดสอบทั้งหมดนี้ เหตุใดทนายโจทก์จึงได้กล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีใยหิน?

    พวกเขาอาศัยคำเบิกความของพยานที่พวกเขาว่าจ้างมาให้สนับสนุนข้อกล่าวอ้างของตนที่มีข้อเท็จจริงของความสงสัยในความไม่เห็นพ้องกับฝ่ายที่สามที่เป็นอิสระ

    ตัวอย่างเช่น พยานอาจใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่มีข้อบกพร่องในการทดสอบแร่หินสบู่ One of these witnesses has admitted that he would call something he found asbestos “even though it’s not.”

    และอีกตัวอย่างหนึ่งก้คือ พวกเขาอาจจะทดสอบขวดบรรจุผลิตภัณฑ์ที่อาจมีการปนเปื้อนหลังจากการซื้อ พยานรายหนึ่งทดสอบขวดบรรจุผลิตภัณฑ์แป้งเด็ก จอห์นสัน Baby Powder สี่ขวดที่ได้ซื้อจากร้านค้า Each tested negative for asbestos. มิใช่เพียงแค่นั้น เขายังได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ในขวดบรรจุที่มาจากแหล่งอื่นอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับจากทนายโจทก์โดยตรงซึ่งเป็นการซื้อมาจาก eBay ซึ่งเขาอ้างว่าการทดสอบบางครั้งได้รับผลเป็นบวก A California court recently prevented this witness from presenting this evidence at trial because they could not confirm the samples were not contaminated.

    Another witness who is currently hired by plaintiff trial lawyers to testify that Johnson’s talc causes mesothelioma, had testified in earlier cases that studies showing Johnson’s talc was not associated with mesothelioma were entirely reliable.

  • ทนายโจทก์ได้บิดเบือนลักษณะของประวัติเอกสาร

    บันทึกข้อมูลการทดสอบของเรา ที่ให้ผลเช่นเดิมเป็นเวลาหลายสิบปี ที่ระดับซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานของรัฐบาลและอุตสาหกรรม ได้แสดงให้เห็นว่าเครื่องสำอางแป้งฝุ่นของจอห์นสันไม่มีใยหินอย่างต่อเนื่อง

    อย่างไรก็ตามทนายโจทก์ ได้เจตนาสร้างความสับสนโดยการแสดงเอกสารของบริษัทที่มีเนื้อหาภายนอกขอบเขต ในศาล ได้มีการเสนอประวัติเอกสารที่มีการปิดบังหลักฐานบางส่วนไว้เพื่อชี้นำว่าข้อมูลดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงการค้นพบใยหินในก่อนหน้า ถึงแม้ว่าบันทึกข้อมูลของเราจะเป็นการทดสอบผลิตภัณฑ์ของเราที่ครอบคลุมกว่าก็ตาม บ่อยครั้ง ที่เอกสารเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแร่หินสบู่ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเลยก็ตาม For example, they point to one document that indicates the presence of asbestos, but that same document clearly states that the asbestos was only related to talc used in industrial materials. Or, they point to a document that shows asbestos in unidentified samples of commercial talc, while ignoring another document revealing that all the Johnson & Johnson samples were found to be uncontaminated with asbestos. Or, they point to a document that shows that there was asbestos in the samples but omit the fact that those samples were purposefully spiked with asbestos for testing purposes.

  • ทนายโจทก์ได้ส่งเสริมให้มีการสมรู้ร่วมคิด

    ทนายโจทก์อ้างว่าการสมรู้ร่วมคิดภายในจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันเพื่อการขายผลิตภัณฑ์ที่เราทราบว่ามีการปนเปื้อนโดยเจตนา การกล่าวอ้างนี้เป็นเรื่องเท็จ ความจริงแล้ว หากข้อกล่าวหานี้เป็นเรื่องจริง หน่วยงานของรัฐบาลกลางและของรัฐหลายหน่วยงาน ห้องปฏิบัติการอิสระ นักวิทยาศาสตร์ และมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ที่ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ของเราก็จะต้องสมรู้ร่วมคิดกับเราในช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมานี้เพื่อปิดบังหลักฐานเรื่องนี้

    ในปัจจุบัน มีคดีที่รอการพิจารณาจำนวนมากกว่า 10,000 คดี และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ทุ่มเทเพื่อต่อสู้คดีเหล่านี้ บนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่นซึ่งแสดงให้เห็นว่าแป้งฝุ่นไม่ใช่สาเหตุของมะเร็ง

เอกสารจำนวนมากกว่า 5,000 ฉบับถูกยื่นส่งในฐานะหลักฐานของคดีเหล่านี้ เราใคร่ขอชวนให้คุณตรวจสอบหลักฐานนี้และตัดสินใจด้วยตนเอง

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ:

Johnson & Johnson is publicly presenting on this website documents provided by one or more of the Johnson & Johnson companies that have been used as evidence in trials. หลักฐานที่นำมาแสดงในศาลนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับ ถึงแม้ว่าบางรายการอาจจะยังคงมีตราประทับที่ระบุว่าเป็นข้อมูลที่เป็นความลับก็ตาม เราได้พยายามเพื่อแสดงหลักฐานในรูปแบบที่มีการใช้ในการพิจารณาคดี (ตัวอย่างเช่น มีการเน้นด้วยสี และ/หรือ เครื่องหมายกำกับ) ซึ่งอาจไม่ตรงกับรูปแบบเอกสารที่บริษัทได้เก็บรักษาไว้ เว็บไซต์นี้จะได้รับการปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะ

Powered by Translations.com GlobalLink OneLink Software